คลื่นสึนามิ คืออะไร
คลื่นสึนามิ (Tsunami) คือ คลื่นในทะเล หรือคลื่นยักษ์ใต้น้ำ ที่มีช่วงคลื่นยาวประมาณ 80 ถึง 200 กิโลเมตร ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม การระเบิดหรือการประทุของภูเขาไฟ ที่พื้นท้องสมุทรอย่างรุนแรง ทำให้เกิดรอยแยก น้ำทะเลจะถูกดูดเข้าไปในรอยแยกนี้ ทำให้เกิดภาวะน้ำลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นแรงอัดใต้เปลือกโลก จะดันน้ำทะเลขึ้นมาก่อพลังคลื่นมหาศาล คลื่นสึนามิอาจเคลื่อนที่ข้ามมหาสมุทร ซึ่งห่างจากตำบลที่เกิดเป็นพันๆกิโลเมตรโดยไม่มีลักษณะผิดสังเกต เพราะมีความสูงเพียง 30 เซนติเมตร เคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 600-1000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อเคลื่อนตัวเข้ามาในเขตน้ำตื้น จะเกิดแรงดันระดับน้ำให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแรงปะทะอย่างมหาศาล กลายเป็นคลื่นยักษ์ที่มีความสูง 15-30 เมตร ทำให้เกิดอันตรายแก่มนุษย์และสามารทำลายสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่บริเวณชายหาดได้อย่างง่ายดาย
ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านภูมิศาสตร์ชายฝั่งทะเล ก่อนการเกิดสึนามิ
เป็นชายฝั่งทะเลยุบจม (Submerged Shoreline) คือ เป็นชายฝั่งทะเลที่เกิดขึ้นจากการที่เปลือกโลกในบริเวณริมฝั่งทะเลยุบจมตัวลง หรือการที่น้ำทะเลยกระดับขึ้น ทำให้บริเวณที่เคยโผล่พ้นระดับน้ำทะเลจมอยู่ใต้ผิดน้ำ ชายฝั่งทะเลประเภทนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นหน้าผาชัน ไม่ค่อยมีที่ราบชายฝั่งทะเล และแนวชายฝั่งทะเลมีลักษณะเว้าแหว่งมาก หากลักษณะภูมิประเทศเดิมเป็นภูเขาเมื่อเกิดการยุบจมตัวมักก่อให้เกิดเกาะต่างๆ การยุบตัวของชายฝั่งทะเลบริเวณนี้มีผลทำให้น้ำทะเลไหลท่วมเข้ามา
ด้านภูมิศาสตร์ชายฝั่งทะเล หลังเกิดภัยพิบัติสึนามิ
พบว่า น้ำทะเลจากคลื่นสึนามิซึ่งไหลท่วมแผ่กระจายทั่วทั้งพื้นที่สถานีวิจัยทรัพยากรชายฝั่งระนอง ได้นำตะกอนทรายจากบริเวณชายหาดประพาสริมฝั่งทะเลอันดามันและตะกอนทรายจากบริเวณปากคลองกำพวน (ปลายแหลมหาดประพาส) มาตกทับถมแพร่กระจายทั่วทั้งพื้นที่ มีความหนาของตะกอนทรายอยู่ในช่วง 1- 14 เซนติเมตร (โดยเฉลี่ยมีความหนา 4-10 เซนติเมตร) โดยบริเวณพื้นที่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสถานีวิจัยฯ จะมีตะกอนทรายตกทับถมมีความหนาเฉลี่ยประมาณ 8-10 เซนติเมตร ส่วนบริเวณที่มีตะกอนทรายทับถมมากที่สุด (มีความหนา 10-14 เซนติเมตร) คือ พื้นที่เนินทรายริมคลองกำพวนบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงที่มีคลื่นสึนามิ พัดพาน้ำทะเลไหลท่วม (spread flooding) ทั่วทั้งพื้นที่สถานีวิจัยฯนั้น ด้านหนึ่งน้ำทะเลได้ไหลท่วมจากบริเวณหาดทรายริมฝั่งทะเลอันดามัน (ด้านทิศตะวันตก)ไปสู่ด้านคลองกำพวน(ด้านทิศตะวันออก) และอีกด้านหนึ่งจากบริเวณปากคลองกำพวน (ตอนเหนือของปลายแหลมประพาส)ไปสู่ทางด้านท้ายคลองและหมู่บ้านทรายขาว (ด้านทิศใต้) จึงทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวข้างต้นมีตะกอนทรายและเศษวัสดุทับถมกันมากที่สุด นอกจากนั้นยังพบว่า พื้นที่บางบริเวณของสถานีวิจัยทรัพยากรชายฝั่งระนองยังถูกน้ำทะเลจากคลื่นสึนามิ กัดเซาะพังทลายแบบกษัยการร่องลึก (gully erosion) หลายบริเวณทั่วทั้งพื้นที่
ภาพที่ 2 พื้นที่กษัยการแบบร่องลึกบริเวณแปลงปลูกมะพร้าว อันเป็นผลเนื่องจากคลื่นสึนามิ ในสถานีวิจัยทรัพยากรชายฝั่งระนอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ระบบนิเวศ ก่อนเกิภัยพิบัติสึนามิ
พืชในป่าชายเลน จังหวัดระนองมีพื้นที่ป่าชายเลนเหลืออยู่ประมาณ 120,675 ไร่ (ธงชัย และสุวิทย์, 2538)
ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลาย ชนิด แต่ที่พบมากที่สุดเป็นชนิดไม้ที่อยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae สำหรับไม้ใหญ่(tree) ที่พบมีมากกว่า 25 สกุล (genera) (klankamsorn และ Charuppat, 1982) Aksornkoae และ Saraya (1986)ได้ทำการศึกษาป่าชายเลนที่จังหวัดระนอง พบว่า พันธุ์ไม้ในป่าชายเลนธรรมชาติ มีทั้งหมด 17 วงศ์ (family) 35 ชนิด (species) และเป็นไม้พื้นล่างอีก 20 ชนิด
ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลาย ชนิด แต่ที่พบมากที่สุดเป็นชนิดไม้ที่อยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae สำหรับไม้ใหญ่(tree) ที่พบมีมากกว่า 25 สกุล (genera) (klankamsorn และ Charuppat, 1982) Aksornkoae และ Saraya (1986)ได้ทำการศึกษาป่าชายเลนที่จังหวัดระนอง พบว่า พันธุ์ไม้ในป่าชายเลนธรรมชาติ มีทั้งหมด 17 วงศ์ (family) 35 ชนิด (species) และเป็นไม้พื้นล่างอีก 20 ชนิด
สัตว์ในป่าชายเลน สัตว์ในป่าชายเลนและบริเวณใกล้เคียง พบว่าในพื้นที่ของศูนย์วิจัยป่าชายเลนมีปลาอยู่ 98 ชนิดแพลงตอนพืช 124 ชนิด สัตว์พวก ครัสตาเชียน 28 ชนิด สัตว์หน้าดินและในดิน 77 ชนิด
แมลง 30 ชนิด แบคทีเรีย 20 สกุล และฟังไจ 59 ชนิด
แมลง 30 ชนิด แบคทีเรีย 20 สกุล และฟังไจ 59 ชนิด
ลักษณะดิน ดินป่าชายเลนจังหวัดระนอง Aksornkoae และคณะ (1988) ได้ทำการศึกษาสมบัติของดินป่าชายเลนในป่าธรรมชาติ พบว่าเนื้อดินเป็น ดินเหนียวถึงร่วนเหนียวปนทราย มีค่าปฏิกิริยาดินอยู่ในพิสัย 2.8-5.7 ปริมาณอินทรีย์วัตถุอยู่ในพิสัยร้อยละ 5.2 - 17.90 มีค่าความอิ่มตัวด้วย ประจุบวกที่เป็นด่าง (C.E.C.) อยู่ในพิสัย 10.75-20.75 me ต่อดิน 100 กรัม ได้ทำการศึกษาดินป่าชายเลนในป่า ชายเลนธรรมชาติ พบว่าเนื้อดินเป็นดินเหนียวปนทรายแป้งถึงร่วนเหนียวปนทรายแป้ง มีค่าความหนาแน่นรวมอยู่ในพิสัย 0.42-0.88 กรัม ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
ระบบนิเวศ หลังเกิดภัยพิบัติสึนามิ
1. การเปลี่ยนแปลงของพันธุ์พืช
- ป่าชายหาด พบว่า ภายหลังเกิดคลื่น Tsunami แล้วมีพรรณไม้หลายชนิดที่หักโค่นและล้มตายลงเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะไม้สนทะเล ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเรือนยอด (forest gap) ในพื้นที่สูงมากพันธุ์ไม้ขนาดวัยรุ่น (sapling trees) ที่มีความสามารถในการสืบต่อพันธุ์ได้ดีคือ หยีทะเล และปอทะเล ส่วนกล้าไม้ (seedling trees) ได้รับผลกระทบจากคลื่น Tsunami ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะการทับถมของทรายจากทะเลขึ้นสู่ป่าชายหาด และหญ้าทะเล ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน หญ้าทะเลถูกตะกอนที่ถูดพัดพาตามแรงคลื่นทำให้หญ้าทะเลช้ำ เป็นสีน้ำตาล และ ใบเน่าตาย
2. การเปลี่ยนแปลงของสัตว์ป่า
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบในพื้นที่มี 4 ชนิด ได้แก่ ค้างคาวเพดานเล็ก (Scotophilus kuhlii) หนูท้องขาว (Rattus rattus) กระรอกปลายหางดำ (Callosciurus caniceps) และลิงแสม (Macaca fascicularis)
- นก พบในบริเวณป่าชายหาดทั้งหมด 32 ชนิด บริเวณป่าชายเลน 9 ชนิด รวมนกที่พบในพื้นที่ทั้งหมด 34 ชนิด ซึ่งเป็นนกประจำถิ่นทั้งหมด ชนิดนกที่พบเป็นจำนวนมากและพบบ่อยในพื้นที่ เช่น นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) นกกระติ๊ดขี้หมู (Lonchura punctulata) นกเขาใหญ่ (Streptopelia chinensis) นกกระแตแต้แว้ด (Vanellus indicus) อีกา (Corvus macrorhynchos) นกเด้าดินทุ่ง (Anthus richardi) กางเขนบ้าน (Copsychus saularis) นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง ( Anthreptes malacensis) และกินเปรี้ยว (Todirhamphus chloris) เป็นต้น ความหนาแน่นของนกในพื้นที่เท่ากับ 58.98322 ตัว/ตารางกิโลเมตร
- สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พบในพื้นที่มี 3 ชนิด ได้แก่ ปาดบ้าน (Polypedates leucomystax) กบหนอง (Rana limnocharis) และกบน้ำเค็ม (Rana cancrivora)
- สัตว์เลื้อยคลาน พบในพื้นที่มี 4 ชนิด ได้แก่ ตุ๊กแกบ้าน (Gekko gecko) จิ้งเหลนบ้าน (Mabuya multifasciata) กิ้งก่าบินปีกส้ม (Draco maculatus) และงูพังกา (Trimeresurus purpureomaculatus)
3. การเปลี่ยนแปลงทรัพยากรน้ำผิวดิน ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นถึงแม้จะส่งผลกระทบต่อน้ำผิวดินเกิดการกัดเซาะบริเวณปากคลองกำพวน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพการไหลในลำน้ำได้ อาจก่อผลเสียต่อการกัดเซาะ การพัดพา และการตกตะกอนของลำน้ำ และ ฝายคลองกำพวน ซึ่งใช้เพื่อการชลประทานกว่า 600 ไร่ และเพื่อการอุปโภค บริโภค เกิดการตกตะกอนหน้าฝายจำนวนมาก รวมทั้งปัญหาการกัดเซาะด้านท้ายฝาย
4.การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเล เกิดความเสียหายของปะการังใต้น้ำ ซึ่งถูกคลื่นกระแทกแตกหักเสียหาย หรือถูกตะกอนและวัสดุต่างๆ ที่น้ำพัดพามาจากท้องทะเลและบนพื้นดิน ทับถมกันบนส่วนยอดของปะการัง
ภาพ ปะการังที่ถูกทับทมของตะกอน
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศไทย
ด้านเศรษฐกิจ หลังเกิดภัยพิบัติสึนามิ
จากการคำนวณผลกระทบด้านอุปสงค์ของเศรษฐกิจ ซึ่งในด้านลบเกิดจากผลกระทบต่อทรัพย์สินและทรัพยากรธรรมชาติที่จะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวขาดหายไปโดยเฉพาะในช่วงต้นปี และผลกระทบต่อรายได้ของแรงงานที่ต้องตกงาน ซึ่งจะเป็นผลต่อเนื่องต่อการใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ก็มีผลในด้านบวกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนด้านการก่อสร้างและเครื่องจักรอุปกรณ์ ตลอดจนการจับจ่ายใช้สอยเพื่อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายไป รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐเพื่อการฟื้นฟูสถานการณ์ และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสู่ประชาชนผู้ที่ประสบธรณีพิบัติ
ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยปี 2548
| | ล้านบาท | % ต่อ GDP | |||
| 1. | ผลกระทบด้านลบ/ความเสียหาย | -34,080 | -0.48 | ||
| | 1.1 | การสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว (นักท่องเที่ยวต่างประเทศ) | -30,000 | -0.42 | |
| | 1.2 | การใช้จ่ายภาคเอกชน | | | |
| | | การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทย | -3,600 | -0.05 | |
| | | จากผลกระทบด้านการจ้างงาน | -480 | -0.01 | |
| | 1.3 | ความเสียหายของสถานประกอบการต่าง ๆ โดยประมาณ 35,600 ล้านบาท เป็นความเสียหายของทรัพย์สิน ซึ่งไม่นับรวมใน GDP เพราะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้ลงทุนแล้ว | | | |
| 2. | ด้านบวกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเพื่อการฟื้นฟูและทดแทน | 44,600 | 0.63 | ||
| | 2.1 | การใช้จ่ายภาคเอกชน | 4,000 | 0.06 | |
| | | (1) | เพื่อการทดแทนของใช้ที่เสียหายไปทั้งประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และอื่น ๆ | | |
| | | (2) | สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ | | |
| | 2.2 | การลงทุนภาคเอกชน | 35,600 | 0.50 | |
| | | การลงทุนในการก่อสร้างภาคธุรกิจเอกชน | 35,600 | | |
| | | การลงทุนในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย | 30,000 | | |
| | | การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ | 4,000 | | |
| | 2.3 | การใช้จ่ายรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐ ส่วนที่นอกเหนือ จากเงินโอนที่ได้นับรวมไว้แล้วในภาคเอกชน | 5,000 | 0.07 | |
| 3. | ผลกระทบรวม | 10,520 | 0.15 | ||
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยดังกล่าว ประกอบด้วย ผลกระทบด้านทรัพย์สิน ทรัพยากรธรรมชาติ การสูญเสียทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงกับกระแสรายได้ของประเทศ โดยต้องฟื้นฟูระบบการเตือนภัย การศึกษาและการพัฒนาองค์ความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและการจัดโซนนิ่งพื้นที่ สิ่งปลูกสร้าง ให้เป็นระบบระเบียบ ขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับรายได้มี 2 ส่วน คือ รายได้จากการท่องเที่ยว และรายได้จากการจ้างงาน ซึ่งมีผลต่อการใช้จ่ายของประชาชน
ด้านการท่องเที่ยวหลังเกิดภัยพิบัติสึนามิ
| การประเมินผลกระทบ | ||
| | | ผลกระทบ |
| 1. | ด้านการท่องเที่ยว | |
| |
|
|
| |
|
|
| 2. | ความเสียหายต่อสถานประกอบการ ซึ่งประกอบด้วยที่พัก โรงแรม ภัตตาคาร และบริษัทธุรกิจนำเที่ยวต่าง ๆ |
|
| 3. | ความเสียหายของบ้านเรือนที่อยู่อาศัย |
|
| 4. | การใช้จ่ายภาคเอกชนนั้นรวมค่าใช้จ่ายในการตกแต่งภายในของโรงแรมและรีสอร์ต่าง ๆ ไว้ด้วย | |
| 5. | ผลกระทบด้านแรงงาน |
|
| 6. | ค่าใช้จ่ายรัฐบาลเพื่อการฟื้นฟู และเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือ |
|
| 7. | ด้านการให้สินเชื่อและการสนับสนุนผู้ประกอบการ | |
| |
|
|
บรรณานุกรม
ข้อมูลทั่วไปจังหวัดระนอง.(2554).[ออนไลน์].เข้าถึงได้จากจากHTTP:http://www3.cdd.go.th/ranong
/wew.htm
/wew.htm
โครงการฟื้นฟู พัฒนา สถานีวิจัยทรัพยากรชายฝั่งระนอง.(2554).[ออนไลน์].เข้าถึงได้จากHTTP :
แนวทางการฟื้นฟูป่าชายเลน โดยชุมชน.(2554).[ออนไลน์].เข้าถึงได้จากจากHTTP: http://cmsdata.iucn.org/
downloads/magrove_rehabilitation_by_community.pdf
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง.(2554).[ออนไลน์].เข้าถึงได้จากจากHTTP: http://www.dmcr.go.th/
ลักษณะและประเภทของ ชายฝั่งทะเล.(2554).[ออนไลน์].เข้าถึงได้จากจากHTTP: http://www.rmutphysics.com/charud/naturemystery/sci3/geology/10/index_ch_10-2.htm





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น